OpenStack กับ VMware เมื่อเปรียบเทียบและแนะนำในการเลือกใช้งาน
บล็อกนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่าง OpenStack และ VMware และให้คำแนะนำว่าควรเลือกใช้อะไรตามความต้องการของคุณ
เผยแพร่เมื่อ
- cloud computing

เมื่อองค์กรต้องการสร้าง private cloud หรือปรับปรุงระบบ virtualization ที่ใช้อยู่ สองชื่อแรกที่มักเจอคือ OpenStack และ VMware ทั้งคู่ทำงานแบบเดียวกันคือเปลี่ยนเครื่องเซิร์ฟเวอร์จำนวนมากให้เป็น pool ของ compute, storage และ network ที่จัดการผ่านซอฟต์แวร์ แต่วิธีเดินไปถึงจุดนั้นต่างกันคนละทาง การเลือกแพลตฟอร์มให้เหมาะกับทีมและงบประมาณตั้งแต่ต้น ช่วยให้ทีม IT ดูแลระบบได้ราบรื่นในระยะยาว บทความนี้จะอธิบายว่าแต่ละแพลตฟอร์มคืออะไร ข้อดีและข้อจำกัดอยู่ตรงไหน และใช้เกณฑ์อะไรตัดสินใจ
OpenStack คืออะไร
OpenStack เป็นแพลตฟอร์ม cloud computing แบบ open source ที่รวมโปรเจกต์ย่อยหลายตัวเข้าด้วยกัน Nova ดูแล compute, Neutron ดูแล network, Cinder ดูแล block storage, Swift ดูแล object storage, Keystone ดูแล identity และอีกมากมาย องค์กรติดตั้งบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของตัวเองได้ แล้วสั่งงานผ่าน dashboard, API หรือ CLI เหมาะกับทั้ง private cloud ภายในองค์กรและผู้ให้บริการ cloud ที่ต้องการสร้าง public cloud ของตัวเอง
จุดแข็งของ OpenStack อยู่ที่ความยืดหยุ่น เนื่องจากเป็น open source องค์กรจึงปรับแต่งระบบได้ลึกตั้งแต่ layer ของ network จนถึง scheduler เหมาะกับ workload ที่มีความต้องการเฉพาะตัว หรือสภาพแวดล้อมที่กฎระเบียบบังคับว่าข้อมูลต้องอยู่ใน data center ขององค์กรเอง อีกจุดคือ scale ที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วในระดับผู้ให้บริการ และการที่ระบบเป็นมาตรฐานเปิด ทำให้ไม่ต้องยึดติดกับ vendor ใด vendor หนึ่ง
ข้อจำกัดมาจากความซับซ้อนเดียวกันนี้ การติดตั้ง OpenStack ให้เสถียรต้องใช้ทีมที่เข้าใจ Linux, networking, storage และการดูแลระบบแบบ distributed อย่างลึกซึ้ง การ upgrade แต่ละรอบต้องวางแผนรัดกุม การสนับสนุนทางเทคนิคไม่มีบริษัทเดียวรับผิดชอบทั้งระบบ องค์กรจึงพึ่งพา community หรือทำสัญญา support กับพาร์ทเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
VMware คืออะไร
VMware คือผู้ให้บริการ virtualization ที่โดดเด่นในวงการมายาวนาน ผลิตภัณฑ์หลักอย่าง vSphere ทำงานบน hypervisor ชื่อ ESXi ที่ติดตั้งบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์แต่ละตัว แล้วจัดการผ่าน vCenter ซึ่งรวมคอนโซลกลางสำหรับ deploy VM, ย้าย VM ระหว่างเครื่องแบบ live migration, สำรองข้อมูล และตรวจสอบประสิทธิภาพไว้ในที่เดียว ออกแบบมาให้ทำงานร่วมกันเป็นชุดสำเร็จ ติดตั้งและใช้งานได้เร็ว
จุดแข็งคือความเสถียรและประสบการณ์การใช้งานที่ผ่านการพัฒนามาหลายสิบปี เอกสารครบ มีตัวอย่างให้ศึกษาเยอะ หาคนที่มีทักษะ vSphere ได้ง่ายในตลาดแรงงาน ทีม IT ทั่วไปเรียนรู้ได้ไม่ยาก ระบบ ecosystem รอบข้างอย่างการสำรองข้อมูล การ monitoring และ security ก็รองรับ ESXi กันอย่างแพร่หลาย พร้อม support จากผู้ผลิตและ SLA ที่ชัดเจน
ข้อควรพิจารณาคือการพึ่งพาผู้ผลิตรายเดียว องค์กรจ่ายค่า license ตาม model ที่ผู้ผลิตกำหนด และปรับแต่งระบบได้ในกรอบที่ผลิตภัณฑ์เปิดให้ ประเด็นที่องค์กรควรติดตามเพิ่มขึ้นในช่วงหลังคือโมเดลการขายและราคาของ VMware เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญหลังการเข้าซื้อกิจการโดย Broadcom ลูกค้าหลายรายกำลังปรับตัวกับโครงสร้าง licensing รูปแบบใหม่ องค์กรที่วางแผนลงทุนใหม่จึงควรประเมินต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งาน (TCO) เป็นตัวชี้วัดหลัก
เกณฑ์ตัดสินใจ
ไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกสำหรับทุกองค์กร ให้พิจารณาจากปัจจัยเหล่านี้
ทักษะทีม IT เป็นปัจจัยชี้ขาดที่สุด OpenStack ต้องการวิศวกรที่อยู่กับระบบได้จริง มีทักษะ Linux, networking และ automation ถ้าทีมมีขนาดเล็กและมีงาน operation ต้องดูแลอยู่แล้ว การบำรุงรักษา OpenStack อาจกลายเป็นภาระหนัก VMware ใช้คนได้หลากหลายกว่า เรียนรู้ผ่านทางการได้ และมีชุมชนผู้ใช้ขนาดใหญ่
งบประมาณและต้นทุนรวม OpenStack ไม่มีค่า license แต่ต้นทุนจริงคือคนและเวลา VMware มีค่า license แต่ทดแทนด้วยเวลาติดตั้งและ troubleshooting ที่น้อยกว่า การเปรียบเทียบควรดูต้นทุนรวม 3-5 ปี รวมค่าคน ค่า support และค่า upgrade ตามโมเดล licensing ปัจจุบัน
ความต้องการ customization ถ้า workload มีความต้องการพิเศษ เช่น network topology เฉพาะทาง หรือการ integrate กับระบบภายในแบบที่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ไม่รองรับ OpenStack เปิดโอกาสนี้ได้กว้างกว่าชัดเจน ถ้า workload เป็นมาตรฐานทั่วไป VMware ให้ผลลัพธ์ที่เร็วกว่าด้วยภาระดูแลที่เบากว่า
compliance และ data sovereignty ทั้งสองแพลตฟอร์มรันใน data center ขององค์กรเองได้ ความต่างอยู่ที่ความสามารถในการตรวจสอบและปรับแต่ง OpenStack เป็น open source ที่ตรวจสอบ source code ได้ทั้งหมด องค์กรที่ต้องพิสูจน์การปฏิบัติตามกฎระเบียบในระดับลึกมักชื่นชอบจุดนี้ ฝั่ง VMware ก็มีเอกสารรับรองและชุดควบคุมด้าน security ที่พร้อมใช้งานเช่นกัน
ตารางเปรียบเทียบ
| ประเด็น | OpenStack | VMware |
|---|---|---|
| ประเภท | open source | เชิงพาณิชย์ |
| ค่า license | ไม่มี แต่ต้องลงทุนในทีม | มี ตามโมเดลที่ผู้ขายกำหนด |
| ความซับซ้อนในการดูแล | สูง | ปานกลาง |
| ทักษะทีมที่ต้องการ | เฉพาะทางลึก | มาตรฐาน หาง่าย |
| การปรับแต่ง | กว้างมาก | ตามกรอบที่ผลิตภัณฑ์เปิด |
| ความเสถียร | ขึ้นกับทีมดูแล | สูง พร้อม support ทางการ |
| Ecosystem | community และพาร์ทเนอร์ | vendor และ partner กว้าง |
สรุป
OpenStack เหมาะกับองค์กรที่มีทีมวิศวกรเก่งและมีเวลาดูแลระบบ ต้องการความยืดหยุ่นและการควบคุมระดับลึก VMware เหมาะกับองค์กรที่ต้องการระบบที่เสถียร พร้อม support ทางการ และทีมเรียนรู้ได้เร็ว คำถามที่ควรตอบให้ได้ก่อนเลือกคือ ทีมมีทักษะอะไร งบดูแลระบบ 5 ปีอยู่ที่เท่าไร และระบบนี้ต้องผูกกับระเบียบหรือข้อกำหนดใดหรือไม่
Zotect ให้คำปรึกษาด้าน private cloud และ virtualization ตั้งแต่การประเมิน workload การเลือกแพลตฟอร์มให้เหมาะกับทักษะทีมและงบประมาณ ไปจนถึงการออกแบบและดูแลระบบหลังใช้งาน — ดูรายละเอียดที่หน้า Modern Infrastructure หรือ ติดต่อทีมงาน
